pickmegadance

บล็อกสาระดีๆ มีคนทำเยอะแล้ว เลยขอทำบล็อกเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายดีกว่า

Wednesday, September 06, 2006

เขียนฝันด้วยชีวิต

แม้พี่น้องชาวเหนือจะประสบปัญหาน้ำท่วมครั้งใหญ่ แม้พี่น้องชาวใต้จะประสบปัญหาความไม่สงบ แต่ที่กรุงเทพ ท้องฟ้ากลับสวยงามมาก พื้นฟ้าสีน้ำเงินเข้มในตอนเช้า ก่อนที่แดดจะแต่งแต้มให้ฟ้าเป็นสีอ่อนในตอนสาย เมฆก้อนปุยเกาะกลุ่มกันเป็นรูปทรงต่างๆ มากมาย เหมาะแก่การออกไปถ่ายรูปเป็นยิ่งนัก ซึ่งเราก็ได้ไปออกรอบมาแล้วหนึ่งรอบเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ด้วยภาระหน้าที่ที่ควรจะเริ่มทำได้แล้ว ซึ่งคือการเขียนวิทยานิพนธ์อย่างตั้งใจ ก็ทำให้ช่วงเวลาที่ฟ้าสวยๆ หมองลงในความรู้สึก แม้จะไปคุยกับอาจารย์เรื่องแบบจำลองที่จะใช้ในการศึกษามาแล้ว และแบบจำลองก็เกือบจะใช้ได้แล้ว แต่พอจะเริ่มลงมือเขียนทีไร กลับเกิดภาวะตีบตันทางสมองและความตั้งใจไปซะทุกครั้ง นอกจากจะฟังเพลง เล่นเกม และอินเตอร์เน็ต กิจกรรมอีกอย่างที่ได้ทำในช่วงนี้ก็คือการอ่านหนังสือ ที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับวิทยานิพนธ์ของตัวเองเลยแม้แต่น้อย แถมดูเหมือนว่าจะทำให้ภาวะขี้เกียจทางวิชาการยืดยาวออกไปอีก “เขียนฝันด้วยชีวิต” อัตชีวประวัติเชิงนวนิยายของประชาคม ลุนาชัย คือหนังสือเล่มแรก (ที่ไม่ใช่หนังสือเรียน) ที่เราได้อ่านในรอบหลายเดือนนี้ ความดีเด่นของหนังสือเล่มนี้มีมาก ถึงขนาดที่เราต้องสลัดตัวขี้เกียจมาเขียนเอาไว้ในบล็อก เพื่อเก็บไว้เป็นความประทับใจ และขอเชียร์ให้ไปหามาอ่านกันนะ ประชาคม ลุนาชัย เกิดที่จังหวัดยโสธร เมื่อ 15 สิงหาคม 2502 มีโอกาสเรียนในระบบจบเพียงชั้นมัธยมต้น หลังจากนั้นก็ก้าวเข้าสู่มหาวิทยาลัยชีวิตที่เต็มไปด้วยความยากลำบาก เขาเคยเป็นบริกรตามร้านข้าวต้ม ร้านก๋วยเตี๋ยว ภัตตาคาร โรงน้ำชา และเป็นลูกจ้างในโรงงานรองเท้า โรงงานขนมปัง โรงน้ำปลา โรงนุ่น ฯลฯ จนกระทั่งอายุ 24 ปี เขาตัดสินใจไปเป็นลูกเรือประมง เปลี่ยนย้ายไปเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นเรือลากคู่ เรือลากเดี่ยว เรืออวนดำ เรืออวนล้อม เดินทางฝ่าคลื่นลมจากชายทะเลตะวันออก ทะเลภาคใต้ตั้งแต่เพชรบุรี ไล่ลงไปถึงปัตตานี ตระเวนออกสู่น่านน้ำสิงคโปร์ อินโดนีเซีย และเวียดนาม หลังจากท่องทะเลมา 8 ปี เขาขึ้นบกเมื่อเดือนพฤษภาคม 2534 หางานบนฝั่งทำ แล้วใช้เวลาว่างอ่านและฟื้นฟูการเขียนหนังสือ กระทั่งปี 2535 จึงลาออกจากงานมาทุ่มเทให้กับวิถีของนักเขียนเพียงอย่างเดียว (บางส่วนจากปกหลัง “ฝั่งแสงจันทร์”) อ่านแค่นี้ก็อาจจะมองเห็นภาพของชายหนุ่มที่ผ่านความลำบาก ก่อนจะมาเป็นนักเขียน ซึ่งก็ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องที่ไม่น่าตื่นเต้นอะไรนัก แต่ความคิดดังกล่าวจะเปลี่ยนไปทันทีที่อ่านหนังสือเล่มนี้จบลง เพราะไม่เพียงแต่เราจะได้ทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้นและเป็นไปของประชาคม ลุนาชัย เท่านั้น หากมันยังเปลือยอารมณ์และความรู้สึก ที่กลั่นจากชีวิตทั้งชีวิตของชายหนุ่มคนหนึ่งได้อย่างหมดจดและงดงามอีกด้วย คำว่า “ลำบาก” ที่กล่าวถึง ไม่ใช่เพียงคำที่เขียนขึ้นเพื่อทำให้เรื่องราวดูน่าตื่นเต้น หากแต่เป็นความยากลำบากในความหมายที่เป็นจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นการกินนอนอยู่ที่หัวลำโพงอย่างคนจรจัด การกรำงานหนักทั้งๆ ที่เป็นไส้เลื่อนและไม่มีเงินรักษา การวาดหวังอนาคตที่สดใส หากต้องผจญแต่กับเศษซากแห่งความฝัน ที่แตกสลายและย่อยยับซ้ำแล้วซ้ำเล่า หรือจะเป็นการกลับบ้านครั้งแรกในรอบสิบปี เพื่อจะพบว่า.................. (ไม่สามารถเขียนได้ เพราะจะเป็นการเปิดเผยเรื่องราวที่สำคัญตอนหนึ่งของหนังสือ) เขียนฝันด้วยชีวิต ไม่เพียงแต่เป็นบันทึกของช่วงชีวิตที่แสนจะยากลำบากของประชาคม ลุนาชัย เท่านั้น (ที่มาของนามปากกา ประชาคม ลุนาชัย ก็มีกล่าวไว้ในหนังสือเล่มนี้ด้วย ซึ่งจี๊ดมากๆ) หากยังฉายภาพของชายที่มุมานะพยายาม คว้าฝันที่เลื่อนลอยและห่างไกลมาครอบครองไว้ในสองมือ แล้วเราก็ย้อนกลับมามองตัวเอง ก็ให้รู้สึกอายคุณประชาคม ลุนาชัย เสียเหลือเกิน ทั้งๆ ที่มีทั้งเงินทองและโอกาส แต่ไม่ค่อยจะได้มุ่งมั่นกับความฝันของตัวเองเท่าไหร่นัก แถมความจริงที่ต้องทำอย่างวิทยานิพนธ์ก็ยังไม่ก้าวหน้าอีก เราจึงอยากจะขอบคุณคุณประชาคม ลุนาชัย และหนังสือ เขียนฝันด้วยชีวิต มา ณ โอกาสนี้ ที่ทำให้ความมุ่งมั่นในตัวเราลุกโหมขึ้นมาอีกครั้ง เชื่อว่าคนอื่นอ่านก็ต้องรู้สึกแบบเดียวกัน และขอเชียร์อย่างออกนอกหน้า ให้ไปหามาอ่านกันซะ (ขอรับรองว่าเมื่ออ่านจบ คุณจะต้องจี๊ด และจะต้องตามหาหนังสือเล่มอื่นของประชาคม ลุนาชัย มาอ่านอย่างแน่นอน) ปล. สถานการณ์ล่าสุดก็คือ เราไปห้องสมุดเพื่อไปยืมหนังสือเล่มอื่นๆ ของประชาคม ลุนาชัย ทั้งนวนิยายและเรื่องสั้น รวมทั้งหมด 6 เล่ม และมุ่งมั่นจะอ่านให้จบในเร็ววัน นี่แหละที่อาจเป็นสาเหตุให้เกิดภาวะขี้เกียจทางวิชาการยืดยาวออกไปอย่างที่บอกไว้ข้างต้น

5 Comments:

At 9/06/2006 06:30:00 AM, Anonymous 009 said...

อ๋อ ถึงว่าล่ะไอ้ที่แกขนมาซะเยอะวันนั้นมันคืออะไร
แต่เท่าที่ดูท่าทาง 6 เล่ม จะถ่วง thesis แกพอตัวเลยเน้อ เหอๆ เอามาอ่านก่อนละกันเล่มที่แกบอกมาอะ หุหุหุ

 
At 9/06/2006 03:56:00 PM, Anonymous fai :) said...

พูดก่อน paragraph สุดท้าย นึกว่าแกจะไปยืมหนังสือมาประกอบการเขียนวิทยานิพนธ์ ไหนกลับกลายเป็นยืมมาเพิ่มอีกหกเล่ม วิทยานิพนธ์ไปไหนแล้วล่ะ :P

 
At 9/06/2006 06:22:00 PM, Anonymous joinsungz said...

สอบ proposal ยัง
ถ้าสอบแล้ว ก็ตามบาย เพราะเมย์ก็เกิดความขี้เกียจทางวิชาการไป 1 เดือนเต็มๆ ไม่ดี ๆ
6 เล่มก็ขอให้จบไวๆ พร้อมไฟทีลุกโชนกลับมาใหม่

หนังสืออ่านเล่น ล่าสุดนี่ กว่าจะถึง(ท่า) พระจันทร์
จะบอกว่า กวนตีน มาก
นั่งขำ เอิ๊กๆ

เป็นมั้ย

เหอๆ

 
At 9/07/2006 07:21:00 PM, Blogger pickmegadance said...

proposal ยังไม่ได้สอบ เพราะยังเขียนไม่เสร็จเลย ตอนนี้เบื่อกับการอ่าน ก็เลยพยายามนั่งเขียน literature review แต่เขียนไม่ค่อยจะออกเท่าไหร่

 
At 9/09/2006 02:18:00 AM, Blogger Nettynet said...

กะจะอ่านเรื่องนี้อยู่เหมียนกาน

 

Post a Comment

<< Home